กระเป๋ารถร่วมฯ ปรับอากาศสาย ปอ. 147 ชื่อเพ็ญจันทร์ ทำร้ายผู้สูงอายุ
โพสต์โดย นางธนิษฐา พีรคุปต์ เมื่อ พ, 2558-05-27 17:36
ประเภท:
ร้องเรียนรถเอกชนร่วมบริการ
ดิฉันนางธนิษฐา อายุ 69 ปี ขอร้องเรียนกระเป๋ารถร่วมบริการปรับอากาศสาย ปอ.147 เลขข้างรถ 147-66 ชื่อเพ็ญจันทร์ คุปต์.... (นามสกุลจำได้ตัวแรกตัวเดียว) สุภาพสตรีผมยาว อายุประมาณ 30 ปีกว่าๆ
เหตุเกิด ณ วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2558 เวลา 13.00 น.
ดิฉันได้เดินทางออกจากบ้านไปทำกิจธุระที่ดาวคะนอง ปกติไม่ค่อยได้ขึ้นรถเมล์ เนื่องจากอายุเริ่มมากแล้ว ลูกๆ จะเป็นผู้พาไป แต่เนื่องจากในวันนั้น (วันอังคารที่ 26 พ.ค. 58) ลูกไปทำงานกันหมด
จึงตัดสินใจเดินทางด้วยรถเมล์ โดยดิฉันขึ้นรถเมล์ป้ายหน้าโรงพยาบาลบางไผ่ เขตภาษีเจริญ เวลาประมาณ 13.00 น. เมื่อรถปรับอากาศ สาย ปอ. 147 มา ดิฉันจึงขึ้นรถไป วันนั้นคนค่อนข้างเยอะพอสมควร
เมื่อขึ้นบนรถได้ดิฉันจำเป็นต้องหาที่มั่นในการทรงตัวและหาที่จับเพื่อไม่ให้ล้มหรือเกิดอุบัติเหตุ และกำลังจะเดินเข้าไปด้านในรถ ยังไม่ทันจะได้ก้าวเข้าข้างในรถ
กระเป๋ารถเมล์สุภาพสตรี (ทราบชื่อภายหลังว่า จันทร์เพ็ญ)ได้ใช้กระบอกที่เก็บสตางค์ดันและผลักดิฉันอย่างแรงเพื่อให้ดิฉันเข้าไปด้านใน พร้อมทั้งตวาดดิฉันให้ก้าวไปข้างใน
ดิฉันตอบกลับไปว่า "รู้แล้วขอให้ยืนให้มั่นก่อน หาที่จับให้ได้ก่อน กลัวล้ม" กระเป๋ารถเมล์ฯ ผู้นั้นก็ยังไม่สนใจ ยังคงใช้กระบอกที่เก็บสตางค์ดันและผลักดิฉันอย่างแรงเหมือนเดิม พร้อมทั้งใช้วาจาที่ไม่สุภาพต่อว่าดิฉัน
ดิฉันจีงหันไปต่อว่ากระเป๋ารถเมล์สุภาพสตรีท่านนั้น พร้อมทั้งบอกว่าจะร้องเรียนกับ ขสมก. กระเป๋ารถเมล์สวนกลับดิฉันมาทันทีว่า "ฟ้องเลย ฟ้องเลย อีแก่ ไม่กลัวหรอก รู้ชื่อมั้ย" พร้อมทั้งแอ่นอกด้านที่มีชื่อของเขาให้ดิฉันดู (ทำให้ดิฉันทราบชื่อว่า ชื่อ จันทร์เพ็ญ คุปต์....(นามสกุลจำได้ไม่หมด) )
ทุกคนในรถหันมามองกันหมด ดิฉันมีพยานที่เป็นบุคคลด้วย เนื่องจากขึ้นมาบนรถพร้อมกัน เป็นนางพยาบาลอยู่ รพ.บางไผ่ ซึ่งดิฉันก็รู้จัก และยินดีเป็นพยานให้
ดิฉันจึงลงจากรถป้ายรถเมล์ถัดไป เพราะไม่ต้องการมีปัญหาเพิ่มเติม และต่อแท็กซี่ไปปลายทางที่กำลังจะไป ครั้งแรกดิฉันไม่คิดว่าจะร้องเรียนกับ ขสมก.
แต่ดิฉันรู้สึกเจ็บที่หลัง เมื่อลูกกลับถึงบ้านจึงให้ลูกดู ปรากฎว่าเป็นรอยเขียวช้ำ ซึ่งมาจากแรงกระแทกของกระบอกเก็บสตางค์ของกระเป๋ารถเมล์ผู้นั้น ดิฉันจึงจำเป็นต้องร้องเรียนต่อผู้ที่รับผิดชอบดูแลสัมปทานรถเมล์ร่วมฯ คันนั้น เพราะในกรณีนี้ เปรียบเสมือนการทำร้ายผู้สูงอายุให้ได้รับความเจ็บปวด ทรมาน ซึ่งดิฉันคิดว่าเธอผู้นั้นไม่มีสิทธิมาทำกับดิฉันอย่างนี้
ดิฉันไม่ได้ต้องการบริการที่ดีเลิศอะไร เพียงแต่กระเป๋ารถฯ ผู้นั้นควรมีความเอื้อทรกับผู้สูงอายุให้มากกว่านี้ มารยาทก็ไม่ต้องถึงกับนอบน้อม แต่ก็ไม่ควรก้าวร้าวจนถึงทรามอย่างหาที่ติมิได้ขนาดนี้ อารมณ์ฉุนเฉียวท้าทายเกินเหตุจนน่าตกใจ เกินวิสัยทัศน์ของคนให้บริการปกติทั่วไป
คนเราล้วนแต่รักตัวเอง ดิฉันก็รักตัวเอง ดังนั้น การที่ขึ้นบนรถเมล์แล้วหาที่มั่นให้ดีแล้วค่อยเดินเข้าข้างใน เป็นการแสดงความรักตัวเองอย่างหนึ่ง และดิฉันก็มีสติสัมปะชัญญะพอที่รู้ว่าต้องเดินเข้าข้างในรถ เมื่อขึ้นรถ ดิฉันคิดว่าถ้ากระเป๋ารถผู้นั้น พบเจอคนที่ใจร้อน และแสดงพฤติกรรมแบบนั้น เธอผู้นั้นอาจโดนตบไปแล้ว หรือเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดจะคาดเดาได้
ดิฉันอายุเยอะแล้ว เสียงสะท้อนการบริการจากคำร้องเรียนนี้ จะเป็นเครื่องมือวัดประสิทธิภาพการบริหารจัดการของผู้บริหาร ขสมก. ได้เป็นอย่างดี ดิฉันเคยเป็นผู้บริหารองค์กรเอกชนมาก่อน ทำให้ดิฉันทราบว่าการบริหารจัดการระดับองค์กรที่ดี การจัดการข้อร้องเรียนให้เกิดประสิทธิผลเป็นรูปธรรม และได้รับการแก้ไขโดยเร็ว จะเป็นตัวชี้วัดความเป็นผู้นำและองค์กรเเห่งความศักด์สิทธิได้เป็นอย่างดี หาก ขสมก. ไม่สามารถจัดการกับกระเป๋ารถเมล์ฯ ผู้นั้นได้ แล้วปัญหาใหญ่ๆ ขสมก.จะสามารถจัดการแก้ไขได้อย่างไร?
ดิฉันขออนุญาตติดตามผลเรื่องนี้เป็นระยะๆ นะค่ะ
ขอขอบคุณในความกรุณาจัดการเรื่องดังกล่าวข้างต้น มา ณ ที่นี้
สำนักปฏิบัติการ...
ศ, 2558-06-05 14:40
Permalink
เรีียน ท่านผู้โดยสาร ขสมก.