ร้องเรียนรถเมล์สาย 60

ประเภท: 
ร้องเรียนรถองค์การ
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565 เวลาประมาณ 20.45 น. ขึ้นรถเมล์สาย 60 จากหน้าสถาบันนิด้า (NIDA) เที่ยววิ่งเข้าเมือง (เสริมอุรุพงษ์) หมายเลขที่ป้ายเหลืองหน้ารถคือ แถวบน 2-80182 แถวล่าง 11-9968 ผู้โดยสารต้องการชำระเงินด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่กระเป๋ารถแจ้งว่า ให้จ่ายเป็นเงินสด เนื่องจากเครื่องแสกนบัตรแบตหมด ผู้โดยสารจึงต้องจ่ายเป็นเงินสดแทน แต่เคยขึ้นรถเมล์คันอื่นและสายอื่น หากเครื่องแสกนบัตรแบตหมด กระเป๋าจะไม่เก็บค่าโดยสาร ดังนั้น จึงอยากทราบว่า ในกรณีที่เครื่องแสกนบัตรแบตหมดนั้น ตามหลักเกณฑ์แล้ว ผู้โดยสารต้องจ่ายเป็นเงินสดหรือไม่ ควรแจ้งให้ผู้โดยสารทราบและปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกคัน ทุกสาย (โดยส่วนตัวคิดว่า การที่เครื่องแสกนบัตรแบตหมด ไม่ใช่ความรับผิดชอบของผู้โดยสาร แต่กระเป๋ารถเมล์ควรดูแลอุปกรณ์ทำงานของตนเองให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ไม่ใช่ให้ผู้โดยสารมารับผิดชอบในความสะเพร่าของตนเอง)

เรียน ผู้ใช้บริการ ขสมก.รับทราบเรื่องแล้ว ส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูล ขอเรียนให้ทราบว่า กรณีเครื่องสแกนบัตรไม่สามารถใช้งานได้ ให้ผู้ใช้บริการชำระค่าโดยสารเป็นเงินสดทดแทน เนื่องจากยอดเงินในบัตรยังคงอยู่มิได้ถูกตัดชำระค่าโดยสาร ยกเว้นบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ล่วงหน้าของ ขสมก. เพราะเป็นระบบเหมาจ่ายไม่จำกัดจำนวนเที่ยว ทั้งนี้ เมื่อกลับเข้าอู่พนักงานเก็บค่าโดยสารต้องแจ้งปัญหาดังกล่าวให้บริษัทที่ดูแลเครื่อง EDC ทราบ เพื่อซ่อมแซมหรือเปลี่ยนเครื่องให้สามารถใช้งานได้ปกติ (ขออภัยในความไม่สะดวก) จึงยเรียนมาเพื่อโปรดทราบ