กระเป๋ารถเมล์สาย 558 พูดจาหยาบคายและแสดงกริยาแย่มาก

ประเภท: 
ร้องเรียนรถเอกชนร่วมบริการ
วันนี้ 21/5/2559 ดิฉันขึ้นรถเมล์ปรับอากาศสาย 558 จากป้ายสะแกงามเพื่อไปลงป้ายรพ.นครธน (จำเวลาแน่ชัดไม่ได้ รู้ว่าเวลาประมาณ 13.20-13.40 น. หรือ 14.20-14.40 น. บนรถเหนือประตูทางขึ้นลงระบุว่า 558-2 คนขับรถและกระเป๋ารถเมล์เป็นสามีภรรยากัน คนขับรถเป็นผู้ชายตัวเล็ก กระเป๋ารถเมล์เป็นผู้หญิงร่างอ้วน เธอบอกว่าเธอชื่ออ้วน ซึ่งไม่รู้ว่าจริงหรือไม่) ตอนที่ดิฉันขึ้นรถที่ป้ายสะแกงาม กระเป๋ารถเมล์มัวแต่นั่งแต่งหน้าอยู่ ไม่ยอมลุกมาเก็บเงิน แต่ดิฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าเธอคงรอให้ถึงป้ายเคหะป้ายใหญ่อีก 1 ป้ายที่มีคนขึ้นเยอะๆ ก่อน เธอถึงค่อยลุกขึ้นมาเก็บทีเดียว แต่พอเลยป้ายเคหะมาแล้ว เธอก็ยังไม่ได้ลุกขึ้นมาเก็บ ดิฉันเริ่มกังวลเล็กน้อยเพราะกลัวจ่ายเงินไม่ทัน (ป้ายรพ.นครอยู่ไม่ไกลและรถก็ไม่ติด) สักพักพอเธอลุกขึ้นมาเก็บ ดิฉันก็เริ่มรู้สึกสบายใจขึ้น ดิฉันยื่นแบงค์ 50 บาทให้เธอ และดิฉันก็เห็นเธอกำลังหยิบเงินทอนกลับมาให้ดิฉันเป็นเงินเหรียญทั้งหมด 40 บาท ถึงแม้ดิฉันจะไม่ค่อยอยากได้เงินเหรียญ แต่พอคิดว่าเธออาจจะยังไม่ได้เก็บเงินผู้โดยสารมากก็เลยยังไม่มีแบงค์ทอน ก็เลยเฉยๆ ตอนที่เธอยื่นเงินทอนเหรียญทั้งหมดมาให้ ได้เกิดเหตุการณ์เงินหลายเหรียญตกลงบนพื้น เธอหันมามองดิฉันแว่บนึงโดยไม่พูดอะไร ดิฉันไม่แน่ใจว่าเธอทำหน้าอย่างไรตอนนั้นเพราะมองเห็นไม่ชัด ก็เลยเฉยๆ ได้แต่ถามกลับไปเกี่ยวกับเงินทอน เธอตอบกลับมาด้วยเสียงดังว่า กำลังจะหยิบให้อยู่นี่ (เธอทำเหรียญตกพื้นเอง เธอไม่บอกว่าเธอกำลังจะหยิบเงินทอนให้ใหม่ เธอเพิ่งจะหยิบเงินทอนให้หลังจากที่ดิฉันทัก เธอหยิบเงินทอนใหม่ด้วยแบงค์ 20 2 ใบ เธอมีแบงค์เพียงพอที่จะทอนตั้งแต่ต้น) ฉันเริ่มไม่พอใจ แต่ยังไม่ได้แสดงออกอะไรเพราะใกล้จะถึงป้ายที่จะลงแล้ว ก็เลยยื่นเงินทอนที่เป็นเหรียญกลับไปคืนเธอ แต่เงินเหรียญดันตกลงบนพื้นอีกครั้ง คราวนี้เธอชักสีหน้าไม่พอใจออกมาชัดเจน จึงทำให้ความสิ้นสุดของดิฉันหมดลง ดิฉันถามกลับไปว่าทำไมต้องแสดงกริยาแบบนี้ เธอโต้เถียงดิฉันกลับแบบข้างๆ คู พอเธอเริ่มพูดคำที่ดูหมิ่นดิฉัน จึงทำให้ดิฉันเริ่มโต้เถียงกลับไปบ้าง และตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปเธอเอาไว้ เธอพยายามปัดป้อง ฉันจึงบอกเธอไปว่าถ้าไม่ได้ทำความผิดจะกลัวไปทำไม เพราะเธอก็ถ่ายรูปดิฉันเช่นกัน ซึ่งดิฉันไม่กลัว ระหว่างการถ่ายรูป เธอสรรหาคำด่าดิฉันสารพัดที่เธอนึกได้ เช่น ไม่มีความรู้ (ถึงแม้ดิฉันจะมั่นใจล้านเปอร์เซนต์ว่าความรู้สูงกว่าเธอมากก็ตาม) ปากเหม็น แรด คงไม่มีผัว เดี๋ยวจะจอดรถให้หน้าคว่ำ และอื่นๆ อีกมากมาย ดิฉันไม่รู้ว่าการร้องเรียนนี้จะเป็นแค่การทำตามกระบวนการ ซึ่งอาจจะไม่ได้มีการนำไปดำเนินการใดๆ ต่อ หรือเป็นกระบวนการเพื่อต้องการปรับปรุงระบบงานภายในให้ดีขึ้นจริงๆ ดิฉันก็ได้แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นแบบหลัง เพราะการเริ่มต้นปรับปรุงสิ่งเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างมากในสังคมไทยในปัจจุบัน ทั้งนี้ก็เพื่ออนาคตของลูกหลานของเราให้ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมและประเทศที่ดีขึ้นกว่านี้ หากเป็นไปได้ดิฉันอยากจะขอรับฟังคำขอโทษจากผู้กระทำผิดและบทลงโทษต่อผู้กระทำผิดค่ะ ดิฉันคิดว่าองค์กรควรตระหนักว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเพราะมันจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรค่ะ และถ้าต้องการข้อมูลใดๆ เพิ่มเติม สามารถติดต่อดิฉันได้ตลอดเวลาค่ะ ขอบคุณมากค่ะ