ปฏิรูปรถเมล์อย่างไรให้ "เดือดร้อน" กันทั่วหน้า

ประเภท: 
ข้อคิดเห็นและชมเชยบริการ
เรียน ผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้อง ขอเรียนให้ทราบข้อมูลเพื่อพิจารณาปรับปรุงโดยด่วนที่สุด การปฏิรูปรถเมล์โดยสารสาธารณะสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้บริการอย่างรุนแรงมาก ทั้งค่าใช้จ่าย เวลา และสภาพจิตใจ - ค่าใช้จ่าย เนื่องจากการยกเลิกรถเมล์โดยสาร ขสมก. ทีมีราคาถูก ทำให้ผู้โดยสารเสียค่าใช้จ่ายแพงขึ้น เช่น จากตลาดพลูถึง รร.ศึกษานารี เดิม 12 บาท เป็น 15 บาท จากตลาดพลูถึง ศาลแรงงาน เดิม 12 บาท เป็น 20 บาท ขณะที่รถเมล์ธรรมดา (รถร้อน) ราคา 8 บาทตลอดสาย และหากผู้ใช้บริการเดินทางต้องเดินทางหลายเส้นทาง (เปลี่ยนเส้นทาง หลายต่อ) ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นมาก และถ้าคิดเป็นค่าใช้จ่ายต่อวันต่อเดือนที่เพิ่มขึ้น เป็นสัดส่วนที่มีนัยสำคัญและกระทบต่อผู้ใช้บริการอย่างมาก - เวลา เนื่องจากการยุติรถเมบล์เดิม โดยไม่มีแผนปฏิบัติจริง หรือ ไม่มีการประเมินความเสี่ยง หรือเตรียมความพร้อมการให้บริการ ทำให้รถเมล์หายไปมาก ระยะห่างของรถเมล์ที่ให้บริการสูงถึงครึ่ง-หนึ่งชั่วโมง ในระยะเวลาเร่งด่วน ผู้โดยสารต้องเบียดเสียด เพื่อให้ไปได้โดยสาร เพราะไม่สามารถรอรถเมล์ที่ไม่รู้อนาคต (บางคัน บางสาย ไม่เปิด GPS) - สภาพจิตใจ จากความเครียดในการรอรถเมล์นานและแน่น รวมทั้ง ค่าใช้จ่ายที่เกินการประมาณอย่างไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้น โดยเฉพาะคนที่ต้องเกินทางหลายสาย หลายรอบ เด็กนักเรียน ฯลฯ ทั้งนี้ ผลกระทบต่อผู้ใช้บริการที่เป็นประชาชนส่วนใหญ่ที่มีรายได้ไม่มาก เกิดจากการปฏิรูปที่ไม่ฟังผู้มีส่วนได้เสีย การมีวิสัยทัศน์แคบและการบริหารที่ยอดแย่ อนึ่ง การปฏิรูปดังกล่าวจะสามมาถตอบสนองวัตถุประสงค์ และตัวชี้วัดได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่จะสร้างกระทบอย่างมาก ตัวอย่างเช่น - การปฏิรูป ช่วยให้รถติดลดลง เนื่องจากรถเมล์จำนวนมากหายไปจากถนน ทำให้ารจราจรเกิดสภาพคล่องในระยะแรก แต่ผู้โดยสารที่ทนไม่ไหว จะนำรถส่วนบุคคลมาใช้ ทั้งรถเก๋งและมอเตอร์ไซต์ (แตกต่างจากนานาประเทศ ที่รัฐส่งเสริมและสนับสนุนการให้บริการรถสาธารณะ เพื่อลดปัญหาการจราจร มลพิษ โลกเดือด รวมทั้งเศรษฐกิจและสังคม) - การปฏิรูปการรียกสายรถเมล์ ที่มีการนำตัวเลขพื้นที่การบริหารหรือตัวอักษรภาษาอังกฤษมาใช้ เป็นการตอบสนองผู้รับบริการ (ไม่ได้เฉพาะผู้ใช้บริการเท่านั้น) จำนวนน้อยมาก ๆ แต่ทำให้เกิดความสับสนกับผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ นี่คือตัวอย่างของการปฏิรูปที่สร้างความเดือดร้อน และใช้งบประมาณจำนวนมาก อย่างไม่ควรจะทำ